บียอนเซ่
นอกจาก "สื่อ" และ "ปาปาราซซี่" เรื่อง "น้ำหนักตัว" ที่เกินจนล้นหลามออกมาทางหน้าท้อง, ต้นขา, บั้นท้าย ฯลฯ ก็เป็นสิ่งที่ดาราพยายามเลี่ยงหนีกันสุดชีวิต เพราะความอ้วนเป็นปฏิปักษ์กับอาชีพการงานที่ต้องพึ่งรูปร่างหน้าตาอย่างมากกกก!!!

ช่วงไม่มีงาน เราอาจจะมีโอกาสได้เห็นภาพหลุดของดาราบางคนที่ปล่อยตัวอ้วนจนแทบจำไม่ได้ แต่ช่วงที่มีงานขึ้นมาเมื่อไร นั่นก็หมายความว่า...ถึงเวลาที่เหล่าคนหล่อ คนสวย ต้องมานั่งพิฆาต เข่นฆ่าไขมันกันเป็นการใหญ่

แล้วพวกเธอทำได้ยังไง?

คำตอบอยู่ตรงนี้แล้ว


เปิดฉากกันด้วย นางเอกสาวหุ่นตุ๊กตา ที่ใครก็ไม่คิดว่าเธอจะอ้วนขึ้นมาได้ อย่าง "เจนนิเฟอร์ เลิฟ เฮวิตต์" ซึ่งนางเอกสาวสวย วัย 30 เล่าถึงเคล็ดลับที่ทำให้เธอกลับมาผอมเพรียวได้อีกครั้ง หลังสลัดน้ำหนักออกไปเกือบ 10 กิโลกรัม ว่า คือ "สตีวี่ เซนต์"ส แองเจโล" เทรนเนอร์มืออาชีพที่ช่วยเธอลดน้ำหนักลงมาภายใน 10 เดือน หลังจากรูปร่างอันอวบอ้วนของเธอในชุดบิกินี่ ระหว่างเล่นน้ำทะเลที่ฮาวายกลายเป็นประเด็นซึ่งขาเม้าธ์ในอินเตอร์เน็ต คุยกันอย่างเมามัน!!!


บริตนี่ย์ สเปียร์ส, แองเจลิน่า โจลี่
"มารายห์ แครีย์" ก็ไม่เบา รูปร่างของเธอตอน "ไขมันเข้า" ทำเอาใครเห็นก็อึดอัดแทน โดยนักร้องสาวคนดังที่เพิ่งมีงานอัลบั้มชุดใหม่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว เล่าว่า เธอเป็นคนชอบกิน และนั่นก็กลายเป็นจุดอ่อนทำให้เธออ้วนเอ๊าอ้วนเอา ดังนั้นเมื่อต้องการลดความอ้วน เธอจึงเน้นเรื่องการจัดระเบียบวินัยในการรับประทานเป็นหลัก โดยเลือกกินแต่อาหารปรุงเองในบ้าน พยายามเลี่ยงแป้งและโปรตีน แถมออกกำลังกายเสริมเข้าไป จนทำให้เธอลดน้ำหนักไป 9 กิโลกรัม

พูดถึงเรื่องอ้วนๆ ใครก็ลืม "บริตนีย์ สเปียร์ส" ไม่ลง โดยเฉพาะภาพของเธอตอนขึ้นโชว์เพลงในงานประกาศผลรางวัลของเอ็มทีวีเมื่อปี 2550 ในชุดเซ็กซี่ แต่รูปร่างของเธอกลับทำให้ผู้ชมขนลุก แต่ผ่านไปเกือบ 2 ปี ดูเหมือนว่าบริตนีย์เริ่มจะเก็บกู้ชีวิตกลับมาเกือบเข้าที่ ทั้งเรื่องงานเพลง เรื่องส่วนตัว แล้วก็น้ำหนัก ที่แหล่งข่าวใกล้ชิดเล่าว่าเธอมีวินัยในการออกกำลังกายอย่างน่าชื่นชม ด้วยการออกกำลังกาย 4 วันต่อสัปดาห์ แล้วยังตัดใจเลิกดื่มกาแฟที่เคยดริ๊งค์ 2 แก้วต่อวัน



มารายห์ แครี่ย์,เจนนิเฟอร์ เลิฟ เฮวิตต์
สำหรับคุณแม่คนสวย "แองเจลินา โจลี" ที่ทำให้หลายคนงงงวย เมื่อเธอสามารถผอมได้ราวกับเนรมิต หลังจากคลอดลูกแฝดผ่านไปแค่ 11 สัปดาห์ งานนี้นางเอกวัย 34 บอกว่าอยู่ที่ "เอ กู้ด เดรสส์" (A good dress) คือการรู้จักเลือกชุดเสื้อผ้าที่ใส่ออกงาน แล้วที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือการปรับปรุงนิสัยการกินใหม่ ละเลิกอาหารขยะที่ไม่มีคุณค่าทางอาหารที่เธอเคยชอบรับประทาน

ปิดท้ายกันด้วย "บียอนเซ่" ที่เคยอวบอั๋นอยู่ช่วงหนึ่ง ก็ลดน้ำหนักลงมาได้ทันเวลา โดยนักร้องสาววัย 27 บอกว่าเธอออกกำลังกายภายใต้การดูแลของ "มาร์โค บอร์เกส" ซึ่งมาเป็นเทรนเนอร์ในการลดน้ำหนักให้ อีกทั้งเมื่อมีเวลาว่างเธอยังชอบออกกำลังกายในยิมที่บ้านกับ "เจย์-ซี" สามีด้วย นอกจากนั้นก็ขยันรับประทานผัก ผลไม้ เนื้อพร่องไขมัน บวกกับการมีทัศนคติที่ดี ว่า "รูปร่างฉัน ก็คือรูปร่างฉัน" ดังนั้นไม่ว่าจะอ้วนหรือผอม เธอก็ยอมรับมันได้

ใครที่กำลังคิดจะกำจัดไขมันอยู่ตอนนี้ สู้ๆ ไม่ต้องถึงกับหันหน้าเข้าพึ่งเทรนเนอร์เหมือนดาราเขาหรอก แค่ขยันออกกำลังกาย รู้จักเลือกรับประทาน ทำได้แค่ไหน แค่นั้น ทำใจให้สบายเพราะคนสวยไม่จำเป็นต้องผอม

จิตใจที่ผ่องใสก็สามารถช่วยให้ผู้หญิงสวยได้ด้วยเหมือนกัน

ที่มา สนุกดอทคอม

edit @ 5 Mar 2009 01:25:55 by Opal

edit @ 5 Mar 2009 01:28:10 by Opal

ขึ้นชื่อว่าพ่อแม่ ใครๆ ก็รักลูก อยากให้ลูกได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุด ยิ่งผลิตภัณฑ์โภชนาการสำหรับเด็ก ที่เติมคุณค่าทางโภชนาการนั่นนี่ก็ยิ่งได้รับความนิยมมาก ถึงขนาดมีการเติมสารอาหารบางชนิดเข้าไป เช่น DHA หลายๆ เท่าเกินกว่าของที่จำเป็น เพราะผู้ผลิตบอกว่าจะช่วยให้ลูกน้อยพัฒนาเร็ว ฉลาด และอื่นๆ อีกมากมาย แต่เอ.... อาหารที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์กับลูก เป็นประโยชน์จริงๆ หรือว่าการกระตุ้นเด็กมากเกินไปจะเป็นโทษต่อลูกกันแน่


คุณหมอ ตรวจสุขภาพ เด็ก




ผศ. พญ. อรพรรณ โพชนุกูล กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตและผู้ช่วยเลขานุการ สมาคมโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การที่เด็กสัมผัสสารกระตุ้นชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไปและติดต่อกันเป็นเวลานานมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงกว่าเด็กทั่วไป สารกระตุ้นพวกนี้อาจมาจากอาหารที่มีสารบางชนิดในปริมาณมากเกินความจำเป็นที่รับประทานติดต่อกันนานๆ หรือสารอื่นๆ ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานผิดปกติได้เช่นกัน และนี่ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยมีผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้สูงถึงร้อยละ 40 โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เด็กอายุ 1-10 ขวบเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง”



ผศ. พญ. อรพรรณ จึงแนะนำให้พ่อแม่ดูแลให้ลูกได้รับประทานอาหารอย่างหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและการเจริญเติบโตให้ลูกแล้ว ยังลดโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ที่มีสาเหตุมาจากอาหารอีกด้วย รวมทั้งควรสังเกตว่าลูกมีอาการผิดปกติเมื่อรับประทานอาหารบางชนิด ในชีวิตประจำวันหรือไม่ หากสงสัยว่าลูกแพ้สารชนิดนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารชนิดนั้นเสีย


เด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย




อาการภูมิแพ้จากการได้รับสารอาหารชนิดหนึ่งชนิดใดมากเกินไป จะแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน บางคนอาจจะมีผื่นแดงทั่วผิวหนัง บางคนอาจจะมีความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง บางคนออกอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ขณะที่บางคนออกอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม บางคนมีหลายอาการร่วมกัน นอกจากนี้ อาการภูมิแพ้จากอาหารแต่ละชนิดก็อาจแตกต่างกันไปอีกได้ ซึ่งพ่อแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการภูมิแพ้ของลูก เมื่อพบอาการที่น่าสงสัย ควรจดรายการอาหาร และปริมาณที่ให้ลูกรับประทานประจำ เพื่อปรึกษาแพทย์


เอาละ ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ต้องหันกลับมาดูอย่างจริงจังแล้วว่า เราเลือกอะไรให้ลูก เกิดประโยชน์จริงหรือไม่ หรือว่าเกินความต้องการโดยเปล่าประโยชน์ รักลูก ก็ต้องรู้จักเลือก เพื่อให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดจริงไหม

ที่มา สนุกดอทคอม
เพิ่งจะเลี้ยงฉลองปีใหม่ ผ่านไป เผลอแป๊บเดียว อ้าว! ตรุษจีนมาเยือนอีกแล้ว ทั้งสองเทศกาลต่างก็นำพาความสุขมาสู่หมู่ชน โดยเฉพาะคนชอบชิม ชอบกินอาหารอร่อยเลิศรสต่างก็อดใจไม่ไหว แม้ในใจอาจจะกังวลอยู่นิดๆ ว่ากินมากไปแล้วจะอ้วน



แต่ไม่ต้องห่วง เรามีเคล็ดลับอิ่มไม่อ้วนสวนกระแสเทศกาลงานเลี้ยงต่างๆ มาฝากกัน

ข้อแรก กินโปรตีนเยอะได้ แต่ไขมันต้องน้อย เพราะโปรตีนจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน อย่างเนื้อไก่ก็ต้องเอาหนังออก ส่วนอาหารพวกแป้งและไข-มันให้กินได้แต่ต้องน้อยถึงน้อยที่สุด


ข้อสอง กินผักผลไม้ให้ หลากหลาย อันนี้ไม่ได้บอกให้กินแต่ผัก แต่มีคำแนะนำว่าให้กินผักและผลไม้หลายชนิดคละกันไปพร้อมอาหาร


เคล็ดลับข้อถัดมา ตักอาหารทีละน้อย อย่าตักจนล้นจานแล้วเสียดายทีหลัง


ข้อสี่ เริ่มต้นกินอาหารน้ำๆ ก่อน เพื่อให้กระเพาะรับอาหารหนักๆ ได้น้อยลง จะทำให้รู้สึกอิ่มและได้อรรถรสในการกินไปพร้อมกันโดยไม่ต้องกินมาก


ข้อห้า ควรพักยกระหว่างรับประทาน อย่าได้ใช้เวลากินติดกันนานรวดเดียว แต่เมื่อรู้สึกอิ่มแล้วให้รีบลุกจากโต๊ะแล้วชวนกันไปคุยที่อื่น ถ้าหิวแล้วค่อยกลับมาเริ่มใหม่ได้อีก


ข้อหก ถ้าเป็นงานเลี้ยงแบบที่เอาอาหารไปด้วย ควรนำอาหารไขมันต่ำติดตัวไป


ข้อเจ็ด ให้เพลาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลง แม้การเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงจะเป็นเรื่องยาก แต่ให้ท่องไว้ว่าไวน์หรือเบียร์หนึ่งแก้วใหญ่ ให้พลังงาน 200 แคลอรี ดังนั้นยิ่งดื่มมากยิ่งเพิ่มแคลอรีใส่ตัวมากขึ้น


ข้อแปด กินแล้วต้องออกกำลังกาย เรื่องนี้สำคัญมากขาดไม่ได้ โดยอาจหารูปแบบการออกกำลังกายแบบง่ายๆ ในบ้าน เช่น หยอกล้อเล่นกับเด็ก หรือวิ่งไล่จับกันในบ้านก็เป็นการออกกำลังกายที่มีงานวิจัยรับรองว่าได้ผลดีเช่นกัน



ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับที่นำมาจากจดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข เดือนมกราคม 2552 ของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยหวังว่าจะทำให้อิ่มและไม่อ้วนสวนกระแสเทศกาลกันได้อย่างสบายใจ.
ที่มา สนุกดอทคอม